วันนี้เกิดอารมณ์อยากจะแปลเพลง แปลมั่วๆ ไม่ค่อยตามเนื้อความเดิมเท่าไหร่
เพลงนี้เป็นเพลงฝรั่งเศส-อิตาเลียน ร้องโดย Carla Bruni เพราะจับใจ







'' Le Ciel dans une Chambre - ห้องนอนสีท้องฟ้า ''



เมื่อมีเธอ
กรอบกำแพงรอบห้อง จะค่อยๆอันตรธานไป
มีเพียงต้นไม้รายเรียงจนสุดสายตา

เมื่อลมหายใจของเราอยู่ใกล้กัน
ความเศร้าที่ลอยฟุ้งอยู่เต็มเพดาน พลันมลายสิ้น
ไม่เหลือแม้เสี้ยวเศษ
มีแค่สีของท้องฟ้าเท่านั้นที่ระบดระบายอยู่เหนือสองเรา
เหนือสองเงา...ที่ยังทอดยาวอยู่ ณ ที่นี้ เพียงลำพัง

เสียงฮาร์โมนิก้าเปล่งบรรเล
คล้ายเครื่องดีดโบราณที่ขับขานบทเพลงให้แก่ฉันและเธอ
บนท้องนภาอันไพศาล
ให้แก่เธอ และ...ให้แก่ ฉัน


http://www.youtube.com/watch?v=frbhWBJZBOo

 

edit @ 28 Apr 2010 18:38:46 by LittleweirdP

ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน [H]

posted on 07 Feb 2010 13:12 by lilweirdp

 

ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน

 

 

นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันเขียนถึงบ้านของตัวเอง
ครั้งแรกฉันได้เขียน "เรายืนอยู่หน้าบ้าน" ไว้ในบันทึกออนไลน์แห่งหนึ่ง
ถ้าหากการยืนอยู่หน้าบ้านเป็นการกวาดสายตาและใส่ความสังเกตจากมุมมองของคนในไปสู่ภายนอก
การนั่งอยู่หน้าบ้านแล้วมองไปรอบๆก็น่าจะเป็นการมองรายละเอียดภายในและใส่ใจกับตัวบ้านมากกว่า
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉันเขียนบันทึกเกี่ยวกับ "บ้านของตัวเอง" จริงๆ
บ้านที่ฉันจะเขียนถึงนี้ก่อร่างด้วยความนึกคิดและความผูกพัน

ฉันขอแม่ออกไปอยู่ที่หอคนเดียว - - -

เนื่องจากเหนื่อยหน่ายกับการเดินทางไป-กลับอันแสนยาวนาน
จากรั้วบ้านชานเมืองสู่รั้วมหาวิทยาลัยใจกลางเมือง ความจริงแล้วระยะทางมันไม่มากเท่าไรนัก
แต่หลายครั้งที่สภาพการจราจรติดขัดถึงขั้นบ้าคลั่งตั้งแต่รุ่งเช้าถึงย่ำค่ำ 
มันทำให้ฉันจะเป็นบ้าตามไปด้วย เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ในเมืองดีกว่า เดินทางก็สะดวกรวดเร็วกว่าเยอะ
ที่สำคัญไม่ต้องขับรถ ไม่ต้องเสียเวลากับการวนหาที่จอดรถจนเกือบไปสอบไม่ทันอยู่หลายหน   และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องใบสั่ง

การออกไปอยู่คนเดียวมันทำให้ฉันชอบอยู่คนเดียวมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็ทำให้ฉันโหยหา บ้าน มากขึ้นเช่นกัน
เป็นความรู้สึกแบบสวนทางกันแบบสุดขั้ว แต่นั่นก็ถือเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของฉันเอง

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน
มองดูสวนรอบบ้านหลังเล็กที่ยังไม่เสร็จดี
รับลมเย็นๆที่โชยมาหาเป็นพักๆ
ฟังเสียงใบไม้ที่ปลิวอยู่บนพื้นถนน
บางใบร่วงหล่นจากก้านกิ่ง
หลายใบกอดกันเป็นกลุ่มแล้วโน้มตัวไปตามทิศทางเดียวกัน
กระแตแอบลอดช่องรั้วเข้ามากินน้ำในแอ่งหน้าบ้าน
ฉันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกกับการนั่งสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้
ได้มองสีของดอกไม้ตัดกับสีของท้องฟ้า
ลักษณะการเรียงตัวของใบไม้แต่ละต้น
เสียง...ที่เกิดจากธรรมชาติรอบตัวฉัน
หรือแม้กระทั่งเงาของไม้เลื้อยที่ยื่นออกไปนอกบ้าน

บ้านของฉันเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่มีหน้าตาเหมือนกับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป
ไม่ได้ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายบาโรกแบบฝรั่งเศสหรือเซนแบบญี่ปุ่น
ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันแลดูอบอุ่นและงดงามด้วยองค์ประกอบเล็กๆของมันเอง

อย่างเช่น กรวดหินสีขาวดำที่โรยอยู่ข้างทางเดินซึ่งแม่ของฉันเป็นคนลงมือจัดแต่งเอง
กระดิ่งที่ห้อยอยู่กับโคมไฟตรงหน้าบ้านกำลังบรรเลงเพลงเบาเบาประสานกับเสียงลม
กล้วยไม้ในกระถางย่อมข้างหลังบ้านที่กำลังรอให้วันผลิบานของมันมาถึง
ข้างบนนั้น...หลังคาสีเปลือกไข่อมชมพูกำลังล้อกับแสงของดวงอาทิตย์อย่างสนุกสนาน
สะท้อนลงมาบนราวบันไดสีน้ำตาลจืดๆแต่ดูเท่าไรก็ไม่จืดชืดหรือน่าเบื่อ

ยิ่งไปกว่านั้น องค์ประกอบเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย
หากปราศจากผู้อยู่อาศัย
หากไม่ได้นั่งตรงระเบียงแล้วมองพ่อกับแม่ออกไปปั่นจักรยานด้วยกันรอบๆหมู่บ้าน
หากไม่ได้ยินเสียงช้อนเสียงกระทบกันจากคนข้างๆ
หากไม่ได้ฟังเสียงของทุกคนในบ้านแข่งกันเล่าเรื่องราวที่ฟุ้งไปด้วยความสุข

บ้านของฉันไม่ได้เหมือนในนิทาน ในนิยาย หรือในละคร
บ้านของฉันเป็นบ้านธรรมดาๆ
แต่เป็นบ้านที่มีชีวิตอยู่ในนั้น
นั่นทำให้ฉันหลงรักบ้านของตัวเอง
ทำให้ฉันเหงาเวลาไม่อยู่บ้าน...
ทำให้ฉันรู้สึกดีที่ได้กลับบ้าน...
เสน่ห์ของบ้าน....คงอยู่ที่ตรงนั้น
เพราะว่ามันเป็นที่ "พักพิง" ของชีวิต

ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน สายตาหยุดตรงนาฬิกาตรงหน้าคอมพิวเตอร์
และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าฉันจะต้องจากบ้านไปอีกแล้ว
แต่ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาอีก
เพราะที่นี่คือ "บ้านของฉัน"

สถานที่ที่ฉันจากมาและเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าอย่างไร ก็สุขใจจะกลับไป

 

 

 

edit @ 7 Feb 2010 13:37:04 by LittleweirdP

 

ฉันไม่รู้ว่าความรักคืออะไร

ไม่รู้ว่าความรู้สึกของการรักใครสักคนมันเป็นอย่างไร

รวมทั้งอารมณ์ของคนที่ได้รับความรักจากผู้อื่นกลับมานั้น...คืออะไร

 

ไม่เข้าใจ

 

ฉันไม่รู้ว่าความรักคืออะไร

รอยยิ้มที่เกิดขึ้นเวลาสบสายตากัน

มือที่แผ่ความอบอุ่นไปให้อีกมือหนึ่ง

หรือคำว่ารักที่อากาศเป็นสื่อนำไปยังโสตสัมผัส

คล้ายกับว่าจะสัมผัสไม่ได้ แต่จับใจยิ่งนัก

 

ฉันไม่รู้ว่าความรักคืออะไร

คงเพราะฉันยังไม่เข้าใจ

เพราะฉันยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะให้อภัยคนที่เคยทำร้ายฉันได้

ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะลืมเรื่องราวที่ใจจดจำ

และเพราะฉัน...ยังไม่เคยเรียนรู้ที่จะรักใคร

ฉันจึงไม่สามารถรักใครได้จริงจัง

 

ความรักมีส่วนผสมอะไรบ้างนะ

ความเห็นแก่ตัวจะเป็นเศษส่วนอยู่ในนั้นด้วยใช่ไหม

ความห่วงใยจะมีอัตราส่วนเป็นเท่าไร

แล้ว...ความเหงาเคล้าความโดดเดี่ยวนี้

จะหายไปด้วยไหม

 

 

หรือสุดท้ายแล้ว

การรักใครสักคน...ที่ไม่เคยรู้สึกถึงความรักของเรา

มันจะยิ่งเพิ่มยิ่งเติมแต่งความเหงา

ให้ทวีคูณขึ้นไป....

 

 

ฉันไม่รู้ว่าความรักคืออะไร...

มันจะเหมือนเวลาที่ฉันมองท้องฟ้าในแต่ละวันไหม

หรือว่าคล้ายกับเสียงดนตรีที่ท้องทะเลเป็นผู้ขับขาน

ความรักคงพัดผ่านเหมือนสายลมรึเปล่านะ

ที่โชยเอากลิ่นใบยอดหญ้ามาวาดเป็นรอยยิ้ม

เชยเชิญให้หยุดลมหายใจ

 

 

ความรักจะงดงามเหมือนน้ำหยดหนึ่งบนบัวบานไหม

ที่เคล้าเคลียสายใยไม่เศร้าหมอง

หรืออาจชวนอบอุ่นใจเหมือนแสงจันทร์สีนวลในคืนไร้เมฆ

สดใสเหมือนแสงพร่างพราวกระจ่างดวงดาว

สุขใจเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้า

ฤา.....หมองหม่นดั่งทิณกรสิ้นแสงลงในนที

 

ฉันไม่รู้...ว่าความรักคืออะไร

 

แต่ถ้ามันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันมีให้ต่อท้องฟ้าบนนั้น

 

ก็คงจะเป็นความรักที่ประทับใจและเศร้าใจ

 

...ในคราเดียวกัน...

 

 

edit @ 28 Jan 2010 09:50:18 by LittleweirdP