ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน [H]
posted on 07 Feb 2010 13:12 by lilweirdp
ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน
นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันเขียนถึงบ้านของตัวเอง
ครั้งแรกฉันได้เขียน "เรายืนอยู่หน้าบ้าน" ไว้ในบันทึกออนไลน์แห่งหนึ่ง
ถ้าหากการยืนอยู่หน้าบ้านเป็นการกวาดสายตาและใส่ความสังเกตจากมุมมองของคนในไปสู่ภายนอก
การนั่งอยู่หน้าบ้านแล้วมองไปรอบๆก็น่าจะเป็นการมองรายละเอียดภายในและใส่ใจกับตัวบ้านมากกว่า
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉันเขียนบันทึกเกี่ยวกับ "บ้านของตัวเอง" จริงๆ
บ้านที่ฉันจะเขียนถึงนี้ก่อร่างด้วยความนึกคิดและความผูกพัน
ฉันขอแม่ออกไปอยู่ที่หอคนเดียว - - -
เนื่องจากเหนื่อยหน่ายกับการเดินทางไป-กลับอันแสนยาวนาน
จากรั้วบ้านชานเมืองสู่รั้วมหาวิทยาลัยใจกลางเมือง ความจริงแล้วระยะทางมันไม่มากเท่าไรนัก
แต่หลายครั้งที่สภาพการจราจรติดขัดถึงขั้นบ้าคลั่งตั้งแต่รุ่งเช้าถึงย่ำค่ำ มันทำให้ฉันจะเป็นบ้าตามไปด้วย เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ในเมืองดีกว่า เดินทางก็สะดวกรวดเร็วกว่าเยอะ
ที่สำคัญไม่ต้องขับรถ ไม่ต้องเสียเวลากับการวนหาที่จอดรถจนเกือบไปสอบไม่ทันอยู่หลายหน และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องใบสั่ง
การออกไปอยู่คนเดียวมันทำให้ฉันชอบอยู่คนเดียวมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็ทำให้ฉันโหยหา บ้าน มากขึ้นเช่นกัน
เป็นความรู้สึกแบบสวนทางกันแบบสุดขั้ว แต่นั่นก็ถือเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของฉันเอง
ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน
มองดูสวนรอบบ้านหลังเล็กที่ยังไม่เสร็จดี
รับลมเย็นๆที่โชยมาหาเป็นพักๆ
ฟังเสียงใบไม้ที่ปลิวอยู่บนพื้นถนน
บางใบร่วงหล่นจากก้านกิ่ง
หลายใบกอดกันเป็นกลุ่มแล้วโน้มตัวไปตามทิศทางเดียวกัน
กระแตแอบลอดช่องรั้วเข้ามากินน้ำในแอ่งหน้าบ้าน
ฉันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกกับการนั่งสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้
ได้มองสีของดอกไม้ตัดกับสีของท้องฟ้า
ลักษณะการเรียงตัวของใบไม้แต่ละต้น
เสียง...ที่เกิดจากธรรมชาติรอบตัวฉัน
หรือแม้กระทั่งเงาของไม้เลื้อยที่ยื่นออกไปนอกบ้าน
บ้านของฉันเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่มีหน้าตาเหมือนกับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป
ไม่ได้ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายบาโรกแบบฝรั่งเศสหรือเซนแบบญี่ปุ่น
ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันแลดูอบอุ่นและงดงามด้วยองค์ประกอบเล็กๆของมันเอง
อย่างเช่น กรวดหินสีขาวดำที่โรยอยู่ข้างทางเดินซึ่งแม่ของฉันเป็นคนลงมือจัดแต่งเอง
กระดิ่งที่ห้อยอยู่กับโคมไฟตรงหน้าบ้านกำลังบรรเลงเพลงเบาเบาประสานกับเสียงลม
กล้วยไม้ในกระถางย่อมข้างหลังบ้านที่กำลังรอให้วันผลิบานของมันมาถึง
ข้างบนนั้น...หลังคาสีเปลือกไข่อมชมพูกำลังล้อกับแสงของดวงอาทิตย์อย่างสนุกสนาน
สะท้อนลงมาบนราวบันไดสีน้ำตาลจืดๆแต่ดูเท่าไรก็ไม่จืดชืดหรือน่าเบื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น องค์ประกอบเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย
หากปราศจากผู้อยู่อาศัย
หากไม่ได้นั่งตรงระเบียงแล้วมองพ่อกับแม่ออกไปปั่นจักรยานด้วยกันรอบๆหมู่บ้าน
หากไม่ได้ยินเสียงช้อนเสียงกระทบกันจากคนข้างๆ
หากไม่ได้ฟังเสียงของทุกคนในบ้านแข่งกันเล่าเรื่องราวที่ฟุ้งไปด้วยความสุข
บ้านของฉันไม่ได้เหมือนในนิทาน ในนิยาย หรือในละคร
บ้านของฉันเป็นบ้านธรรมดาๆ
แต่เป็นบ้านที่มีชีวิตอยู่ในนั้น
นั่นทำให้ฉันหลงรักบ้านของตัวเอง
ทำให้ฉันเหงาเวลาไม่อยู่บ้าน...
ทำให้ฉันรู้สึกดีที่ได้กลับบ้าน...
เสน่ห์ของบ้าน....คงอยู่ที่ตรงนั้น
เพราะว่ามันเป็นที่ "พักพิง" ของชีวิต
ฉันนั่งอยู่หน้าบ้าน สายตาหยุดตรงนาฬิกาตรงหน้าคอมพิวเตอร์
และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าฉันจะต้องจากบ้านไปอีกแล้ว
แต่ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาอีก
เพราะที่นี่คือ "บ้านของฉัน"
สถานที่ที่ฉันจากมาและเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าอย่างไร ก็สุขใจจะกลับไป
edit @ 7 Feb 2010 13:37:04 by LittleweirdP
#1 By raycircle on 2010-02-07 16:06